TUTOR ME | บทความ

คีย์คำศัพท์ PAT 5 ต้องรู้เพื่อการสอบ

ว่ากันว่า ในพาร์ทวิชา จิตวิทยาของ PAT 5 ที่มักจะเป็นข้อสอบแบบยกตัวอย่างสถานการณ์มาให้ตอบแล้ว โดยอีกโจทย์หินอันหนึ่งที่จะต้องเจอก็คือ ข้อสอบที่ถามเกี่ยวกับใบอนุญาตวิชาชีพครู และเพื่อเป็นการจำข้อสอบให้แน่นๆ เรามาดู 5 คีย์คำศัพท์ PAT 5 เกี่ยวกับใบอนุญาตดังกล่าวกัน! 1. ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา หมายถึง ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาอื่น ๆ โดยบุคคลที่ว่านี้มีสิทธิ์ที่จะได้รับใบประกอบวิชาชีพทางการศึกษาอันเป็นไปตาม พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 2. ผู้บริหารการศึกษา หมายถึง บุคคลที่ปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารนอกสถานศึกษาแต่ละแห่ง ทั้งของรัฐและเอกชน เช่น หัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอและผู้ช่วยศึกษาธิการอำเภอและผู้ช่วยเดิม จัดกลุ่มเป็นเจ้าหน้าที่บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) รองผอ.สพท. และผู้ช่วยรองผอ.สพท. เป็นต้น ซึ่งบุคคลดังกล่าวจะต้องมี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา ไว้เพื่อยืนยันการประกอบวิชาชีพ 3. การศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึง “การศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา” หรือ หลักสูตรการเรียนที่กำหนดให้เด็กๆเรียนตลอดหลักสูตรภายในเวลา 12 ปี ซึ่งหากผู้เรียนเรียนจบ 12 ปีแล้ว ก็จะถือว่าการจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยการศึกษาขั้นพื้นฐานแบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ การศึกษาก่อนระดับประถม(อนุบาล) การศึกษาระดับประถม และการศึกษาระดับมัธยม ซึ่งรวมทั้งในแบบสามัธและอาชีวะ 4. สถานศึกษา หมายถึง สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน ศูนย์การเรียน วิทยาลัย สถาบัน มหาวิทยาลัย หน่วยงานการศึกษาหรือหน่วยงานอื่นของรัฐหรือของเอกชน ที่มีอำนาจหน้าที่หรือมี วัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา จับคีย์คำสำคัญได้แล้ว ก็อย่าลืมเอาไปท่องให้ขึ้นใจกันนะ เชื่อว่า 1 ในคำที่พี่เกร็งมานี้ต้องมีออก PAT 5 อีกชัวร์ๆเลย และสำหรับใครที่อยากติวสอบ PAT 5 สามารถมาลงเรียนกันได้กับ คอร์ส PAT 5 ความถนัดครู 250 Up กันได้เลย!

เตรียมตัวไว้ก่อน! กับ 4 วิชาใน PAT 5 ที่ต้องรู้

PAT 5 หรือ ความถนัดวิชาชีพครู อีกหนึ่งบททดสอบวิชาชีพที่ถือเป็นก้าวแรกในความใฝ่ฝันของน้องหลายคน และกว่าจะเตรียมตัวสอบให้พร้อม เชื่อว่าคงไม่ใช่เรื่องหมูๆแน่นอน เพราะแค่สอบตัวนี้ตัวเดียวก็มีถึง 4 วิชารวมอยู่ในข้อสอบ อาทิ จิตวิทยา สังคม ภาษาไทยและคณิตศาสตร์ เรามาดูทริคดีๆในการทำข้อสอบ PAT 5 กันดีกว่า 1. จิตวิทยา ในพาร์ทนี้ถือเป็นส่วนที่ง่ายที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะจะเน้นเป็นยกตัวอย่างสถานการณ์มาให้ ซึ่งคำตอบส่วนใหญ่จะเน้นการใช้ Sense ของความเป็นครูซึ่งต้องคอยช่วยเหลือนักเรียน นอกจากนี้ยังมีข้อที่เกี่ยวกับหลักวิชาชีพครูของครุสภา / ใบประกอบวิชาชีพของครุสภา ซึ่งถ้าอ่านไว้ก็ไม่เสียหาย 2. สังคม ความหินของพาร์ทนี้ อยู่ที่การติดตามข่าวสารบ้านเมืองในช่วงเดือนที่ผ่านมานี่แหละ ซึ่งถ้าใครไม่ได้อ่านข่าวดัง ๆ ที่เป็นประเด็นในสังคม หรือเรื่องที่คนเค้าพูดถึงบ่อย ๆ ก็จะทำไม่ได้เลย ฉะนั้นแนะนำให้น้องตามข่าวบ้านเมืองไว้แต่เนิ่นๆจะดีกว่า 3. ภาษาไทย พาร์ทนี้ดูเหมือนง่ายเพราะเนื้อหาที่ออกส่วนใหญ่จะเน้นจับใจความสำคัญ คือมีบทความยาว ๆ มาให้อ่านแล้วก็ตอบ แต่น้อง ๆ ก็อย่าลืมอ่านพวกไวยากรณ์ภาษาไทย อย่าง สุภาษิต คำพังเพย ความหมายของคำ และประเภทของประโยคไว้ด้วยนะ เพราะส่วนนี้คนมักจะหลุดอ่าน แล้วก็ทำไม่ได้มาเยอะแล้ว 4. คณิตศาสตร์ หลาย ๆ คนอาจจะคาดหวังว่าคณิตศาสตร์ต้องยากแน่ ๆ เลย กลัวว่าจะไปถึงเลเวล PAT 1 บอกเลยว่าเดาผิดถนัด เพราะในส่วนนี้จะเน้น พวกบวกลบคูณหาร บัญญัติไตรยางค์ และอนุกรม ซึ่งแนะนำว่าให้ฝึกทำแบบฝึกหัดพวกนี้ไว้ก่อนก็ดีจะได้พอจับหลักได้ เป็นยังไงกันบ้างสำหรับทริคเตรียมตัวใน 5 วิชาที่ต้องสอบกัน ซึ่งทั้งนี้ทั้ง วิธีที่จำทำให้น้องพิชิตคะแนนสอบได้สูงๆก็คือ การหมั่นฝึกฝนและความเพียรพยายาม และสำหรับที่อยากมาติว PAT 5 ให้แน่นปึกกว่านี้ สามารถมาลงเรียนกันได้กับ คอร์ส PAT 5 ความถนัดครู 250 Up กันได้เลย!

ทำความรู้จัก! Abstract Noun คำนามที่บอกความรู้สึกได้

Abstract Noun เป็นอีกหนึ่งคำนามที่ใช้บอกคุณสมบัติ อาการ และคุณลักษณะของสิ่งต่างๆค่ะ ซึ่งคำว่า Abstract มีที่มาจากความหมายว่า สภาพหรือสภาวะของสิ่งของที่เราจับต้องไม่ได้ ดังนั้น Abstract Noun หรืออาการนามจึงมีไว้ใช้อธิบายคำนามที่เกี่ยวกับความรู้สึก ความคิด ตลอดจนมโนทัศน์นั้นเองค่ะ โดยอาการนามดังกล่าว สามารถแบ่งออกได้ถึง 3 ประเภท ดังต่อไปนี้  1. Abstract Noun ที่มาจาก Verb เป็นคำนามที่ใช้บรรยายการกระทำหรือเหตุการณ์ต่างๆ โดยผันรูปมาจาก Verb เช่น acting , knowledge, pleasure, speeach, success เป็นต้น 2. Abstract Noun ที่มาจาก Adjective เป็นคำนามที่ใช้บรรยายคุณลักษณะหรือคุณภาพ โดยผันรูปมาจาก Adjective เช่น truth, wisdom, height, poverty, happiness เป็นต้น  3. Abstract Noun ที่มาจาก Noun (ตัวมันเอง) เป็นคำนามที่ใช้บรรยายสถานะภาพหรือสภาวะ โดยผันรูปมาจาก Noun เช่น childhood, slavery, friendship, monkhood เป็นต้น นอกจากนี้คำศัพท์ที่เป็นชื่อวิชาเรียนก็ยังถือว่าเป็น Abstract Noun ได้อีกเช่นกัน อาทิ English, Math , Music, Art, pingpong เป็นต้น ข้อแตกต่างระหว่าง Abstract Noun และ Concrete Noune?  ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง Abstract Noun และ Concrete Noune อยู่ที่ Concrete Noune จะเป็นคำนามที่สามารถรับรู้ความรู้สึกของสิ่งต่างๆด้วยประสาททั้ง 5 ค่ะ อย่างได้ยินเสียง ได้กลิ่น มองเห็น รสชาติ และสัมผัส โดยทั่วไปแล้ว Concrete Noun ก็จะเป็นคำศัพท์ของคน สัตว์ที่สามารถรับรู้ความรู้สึกได้นั้นเอง เช่น boy, girl, man, woman, father, mother เป็นต้น และสำหรับใครที่อยากเรียนรู้วิธีใช้ Noun ที่มากกว่านี้พร้อมเทคนิคภาษาอังกฤษดีๆในภาษาเข้าใจง่าย แนะนำให้ติดตามคอร์ส “English by Kru Yell” เลยค่ะ เพราะคอร์สนี้รวบรวมเคล็ดลับฝึกฝนภาษาอังกฤษดีๆที่ทุกคนก็เรียนได้จากที่บ้าน โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเลย...

5 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ Pronouns (คำสรรพนาม)

หนึ่งในคำถามเกี่ยวกับแกรมม่าที่อินบ๊อกซ์มาเข้ามาหาครูเยลมากที่สุดตอนนี้ ก็คือเรื่อง Pronouns เลยค่ะ เพราะน้องหลายๆคนมักจะมีปัญหาเรื่องของการใช้ Pronouns ที่ถูกต้องและไม่รู้ว่าจะใช้คำสรรพนามชนิดไหนดีในประโยค ทั้งๆที่ความหมายเดียวกัน อย่างคำว่า my กับ mine หรือคำว่า me กับ myself เป็นต้น ครั้งนี้เลยขอรวบรวม 5 ชนิด Pronouns ที่ควรรู้มาบอกกัน! 1. Pronouns ที่ใช้แทนบุคคล หรือที่เรียกว่า Personal Pronouns เป็นคำสรรพนามบุรุษที่ 1 และ 3 ที่ใช้แทนความหมายของคนพูดและคนที่ถูกพูดถึงค่ะ ซึ่ง Personal Pronouns ประกอบด้วย I , you ,we ,they,he,she, it ค่ะ  2. Pronouns ที่ใช้แทนความเป็นเจ้าของ หรือที่เรียกว่า Progressive Pronoun โดยจะใช้เพื่อแทนความเป็นเจ้าของในสิ่งที่เราพูดถึงอยู่และนิยมวางไว้หน้านำนามหรือท้ายประโยคค่ะ ซึ่ง Progressive Pronoun ประกอบด้วย แบบที่แสดงความเป็นเจ้าของ อย่าง my, yours, his, her,its,ours,theirs แบบที่แสดงความเป็นเจ้าของ โดยไม่ต้องมี noun ตามหลังอย่าง mine,yours,his,hers,its,ours,theirs เป็นต้น 3. Pronouns ที่ใช้บอกว่าประธานเป็นผู้กระทำกิจกรรมเอง หรือที่เรียกว่า Reflexive Pronouns ซึ่งจะใช้เน้นย้ำให้เห็นว่าประธานเป็นผู้กระทำสิ่งนั้นๆ โดย Reflexive Pronouns ประกอบด้วย myself. yourself, yourselves, himself, herself, ourselves. themselves, itself เป็นต้น 4. Pronouns ที่ใช้แทนสิ่งของ หรือที่เรียกว่า Definite Pronouns โดยจะใช้แทนความหมายของสิ่งของและประธานของประโยค โดย Definite Pronouns ประกอบด้วย this, that, these, those, one, ones, such, the same, the former, และ the latter เป็นต้น 5. Pronouns ที่ใช้แทนประธานในอนุประโยค หรือที่เรียกว่า Relative Pronoun โดยจะใช้เพื่ออ้างถึงสรรพนามในอนุประโยค โดยที่เราไม่ต้องใช้สรรพนามตัวเดิมค่ะ ซึ่ง Relative Pronoun ประกอบด้วย who, whom, which, และ that เป็นต้น  และสำหรับน้องคนไหนที่สนใจเรื่องราวของแกรมม่าภาษาอังกฤษเพิ่มเติมมากกว่านี้ ขอแนะนำคอร์ส “เรียน Grammar ง่ายๆ กับ “English by Kru Yell” เพราะคอร์สนี่รวบรวมเนื้อหาไวยากรณ์ภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานพร้อมเทคนิควิธีจำที่จะทำให้ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องน่าสนุกขึ้น!

ผ่านชัวร์ ! 5 หลักการใช้ Verb to be ทำตามนี้สอบผ่านแน่นอน

โดยทั่วไปแล้ว Verb to be มักจะเป็นหัวข้อแกรมม่าเริ่มต้นสำหรับคนที่เรียนภาษาอังกฤษส่วนใหญ่เลยค่ะ และแม้ว่าหลายๆคนจะเข้าใจความหมายและการเรียงรูปประโยคของคำกริยาดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง แต่ปัญหาเกี่ยวกับ Verb to be ที่ยังคงทำให้ผู้สอบหลายๆคน ตอบข้อสอบผิดได้อยู่บ่อยๆก็คือ เรื่องหลักการของ Verb to be ว่าจะต้องตามด้วยอะไรดีวันนี้ครูออย (จากคอร์ส เทพ GRAMMAR ก.พ. GET) ง่ายๆ ภายใน 5 ชั่วโมง) ก็เลยมี 5 หลักการใช้ Verb to be สำหรับทำข้อสอบมาบอกกันค่ะ 1. V.to be + Adjective ซึ่งจะใช้ในกรณีที่ต้องการขยายหรือบอกลักษณะของประธานค่ะ ยกตัวอย่างเช่น I am happy (แปลว่า ฉันมีความสุข) Marry is hungry (แปลว่า แมรี่รู้สึกหิว) Mother is very beautiful (แปลว่า แม่สวยมาก) 2. V.to be + Noun ซึ่งจะใช้ในกรณีที่ต้องการบอกสถานะ/คุณสมบัติของประธานค่ะ ซึ่งคำนามที่นำมาใช้ขยายนั้นมักจะเป็น Abstract Noun ค่ะ โดย V.to be ในประโยคจะทำหน้าที่เป็น Verb แท้ในความหมายว่า เป็น/อยู่/คือ ในประโยค ยกตัวอย่างเช่น We are a student (แปลว่า พวกเราเป็นนักเรียน) He is a teacher (แปลว่า เขาเป็นคุณครู) I am a police (แปลว่า ฉันเป็นตำรวจ)  3. V.to be + V.ing ซึ่งจะใช้ในกรณีที่ต้องการบอกว่าประธานกำลังทำกิจกรรมอยู่ในขณะนั้น ยกตัวอย่างเช่น I am running (แปลว่าฉันกำลังวิ่งอยู่) We are watching movie (แปลว่าฉันกำลังดูหนัง) Pear is eating sandwich (แปลว่า แพร์กำลังกินแซนวิช)  4. V.to be + V. ช่องที่ 3 ซึ่งจะใช้ในกรณีที่ต้องการเน้นว่าประธานเป็นผู้ถูกกระทำ ยกตัวอย่างเช่น Sandwich is eatten by pear (แปลว่า แซนวิชถูกกิน) I am married (แปลว่า ฉัน(ถูกทำให้)แต่งงานแล้ว) He is given the letter (แปลว่า เขาถูกให้จดหมาย)  5. V.to be + Preposition ซึ่งจะใช้ในกรณีที่ต้องการบอกตำแหน่ง/สถานที่/และช่วงเวลาของตัวประธานเอง ยกตัวอย่างเช่น I am from Thailand (แปลว่า ฉันมาจากประเทศไทย) Jonh is at the school (แปลว่าจอนห์อยู่ที่โรงเรียน) The deadline is on Monday (กำหนดส่งงานคือวันจันทร์) สำหรับใครที่อยากเข้าใจหลักการใช้ Grammar อย่างละเอียด  สามารถลงคอร์สเรียน เทพ GRAMMAR GET ง่ายๆ ภายใน 5 ชั่วโมง กับครูออย ได้เลยนะคะ "GRAMMAR ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เรียนจบทำข้อสอบได้แน่นอน!!" 

TUTOR ME Chrismast Gift ลุ้นรางวัลตลอดทั้งเดือน!! 🎁🎊

TUTOR ME Christmas Gift 🎁🎊 แค่กดไลค์กดแชร์เพจเฟสบุ๊ค TUTOR ME เรียนออนไลน์ได้ทุกที่  ก็มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลตลอดทั้งเดือนนี้! กติการ่วมสนุก 1. กดไลค์เพจ TUTOR ME เรียนออนไลน์ได้ทุกที่ 2. แชร์โพสกิจกรรม Christmas Gift (ตั้งค่าเป็นสาธารณะ) 3. แคปหน้าจอที่แชร์ คอมเม้นใต้โพสกิจกรรมใน Facebook พร้อมบอกว่า "คริสต์มาสนี้คุณอยากเรียนคอร์สอะไร?" เท่านี้ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลมากมาย 🎉รางวัลที่ 1 Gift voucher Big C มูลค่า 200฿ จำนวน 2 รางวัล 🎉รางวัลที่ 2 Gift voucher Starbucks มูลค่า 100฿ จำนวน 2 รางวัล 🎉รางวัลที่ 3 เครื่องเขียน MUJI จำนวน 1 รางวัล ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ - 24 ธ.ค.61 สุ่มจับรายชื่อผู้โชคดีและประกาศรางวัล 25 ธ.ค.61 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook TUTOR ME เรียนออนไลน์ได้ทุกที่