TUTOR ME | บทความ
ติวลัด!! 4 โครงสร้างอะตอมแบบฉบับเข้าใจง่าย

ติวลัด!! 4 โครงสร้างอะตอมแบบฉบับเข้าใจง่าย

ติวทางลัด! 4 โครงสร้างอะตอมแบบฉบับเข้าใจง่าย ถ้าพูดถึงวิชาแสนยากของน้อง ๆสายวิทย์แล้ว เชื่อว่าน้อง ๆหลายคนคงพร้อมใจตอบเป็นเสียงเดียวว่าเป็นวิชาเคมีอย่างแน่นอน เพราะนอกจากตัวเนื้อหาที่ซับซ้อนเข้าใจยากแล้ว บางหัวข้อก็ยังต้องคำนวณสูตรกันจนมึนกันไปข้างหนึ่ง วันนี้พี่ Tutor Me ก็เลยขอหยิบทฤษฎีอะตอมมาให้น้อง ๆได้ ทบทวนกันค่ะ รับรองเลยว่าน้อง ๆจะเรียนเคมีให้เข้าใจกว่าเก่าเลย กับ 4 โครงสร้างอะตอมแบบฉบับเข้าใจง่าย โครงสร้างอะตอมคือ? เป็นแบบจำลองที่ถูกคิดค้นขึ้นผ่านการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้อธิบายลักษณะของอนุภาคที่เล็กที่สุดของสสาร (หรืออะตอม)ในแต่ละชนิด ซึ่งโครงสร้างจำลองที่ว่านี้แบ่งออกเป็น 4 แบบด้วยกันค่ะ ซึ่งจะมีอะไรบ้าง เราดูกันเล้ยยย 1. แบบจำลองอะตอมจอห์น ดอลตัน เป็นทฤษฎีที่อธิบายว่าอะตอมในเป็นอนุภาคที่เล็กที่สุดในสสาร ซึ่งแบ่งแยก, ย่อยสลายหรือทำให้เกิดอะตอมใหม่อีกครั้งไม่ได้ โดยเมื่ออะตอม 2 ชนิดขึ้นไปรวมตัวกันจะทำให้เกิดสารประกอบ 2. แบบจำลองอะตอม ทอมสัน เป็นทฤษฎีที่อธิบายว่าอะตอมมีลักษณะเป็นทรงกลม อะตอมไม่ได้เป็นอนุภาคที่เล็กที่สุด โดยในอะตอมจะประกอบด้วยอิเล็กตรอนและโปรตรอนกระจายตัวอยู่ในจำนวนเท่ากัน 3. แบบจำลองอะตอม รัทเทอร์ฟอร์ด   เป็นทฤษฎีที่อธิบายว่าในอะตอมจะประกอบด้วยโปรตอนและนิวตรอนรวมตัวกันอยู่ตรงกลางและมีขนาดเล็ก ซึ่งเราเรียกการรวมดังกล่าวว่า นิวเคลียสและถือเป็นประจุบวก โดยรอบ ๆนิวเคลียสจะมีอิเล็กตรอนที่เป็นประจุลบรายล้อมอยู่ 4. แบบจำลองอะตอม นีลส์โบร์ เป็นทฤษฎีที่อธิบายว่าภายในอะตอมจะจัดเรียงอิเล็กตรอนเป็นชั้น ๆ ตามระดับพลังงาน โดยมีนิวเคลียสอยู่ตรงกลางข้างในสุด โดยยิ่งอิเล็กตรอนที่อยู่ใกล้นิวเคลียสมาก ก็จะยิ่งมีพลังงานน้อย ขณะที่อิเล็กตรอนที่อยู่ไกลนิวเคลียสมาก ก็จะยิ่งมีพลังงานมาก เป็นยังไงกันบ้างคะน้อง ๆ สำหรับ 4 แบบจำลองอะตอมพื้นฐาน ที่พี่ Tutor Me เอามาฝากกันน ยิ่งน้อง ๆคนไหนหมั่นอ่านทบทวนหลักเคมีบ่อยครั้งขึ้นละก็ วิชาเคมีจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปเลยค่ะ แต่ถ้าใครยังติวไม่จุใจ ลองมาลงคอร์ส "ติวลัดเคมี O-NET ม.6 จบพร้อมสอบ" รับรองเลยว่าสอบเคมีรอบนี้ผ่านฉลุยแน่นอน
เด็กศิลป์ภาษาเรียนต่อสาขาอะไรดี?

เด็กศิลป์ภาษาเรียนต่อสาขาอะไรดี?

ปักหมุดไว้ตรงนี้เลย! สำหรับน้อง ๆ สายศิลป์ภาษาที่กำลังวางแพลนเรียนต่อมหาวิทยาลัย แต่ไม่แน่ใจว่าจะเข้าคณะไหนดี และไม่รู้ว่าสอบเข้าคณะไหนได้บ้าง บอกเลยว่าไม่ต้องกังวลใจไป เพราะ TUTOR ME รวบรวมคณะและมหาวิทยาลัยที่เปิดรับคะแนนยื่นของเด็กสายศิลป์โดยเฉพาะ ถ้าน้อง ๆ คนไหนพร้อมแล้วเรามาดูกันเลย 1. เด็กสายศิลป์ภาษาจีน สำหรับน้อง ๆ สายศิลป์ภาษาจีนที่อยากจะต่อยอดสิ่งที่ตัวเองเรียนมา สามารถใช้คะแนน GAT PAT ยื่นเข้า คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ของ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยข่อนแก่น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยนเรศวร 2. เด็กสายศิลป์ญี่ปุ่น และน้อง ๆ สายศิลป์ญี่ปุ่นก็จะใช้คะแนนสอบยื่นได้หลายคณะกว่า เพราะภาษานี้มีเปิดหลักสูตรที่กว้างในหลายมหาวิทยาลัย อาทิ คณะอักษรศาสตร์ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะศิลปศาสตร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ของมหาวิทยาลัยพะเยา คณะศิลปศาสตร์ของมหาวิทยาลับอุบลราชธานี 3. เด็กสายศิลป์เกาหลี ใครที่เรียนสายศิลป์เกาหลีมาบอกเลยว่า มีมหาลัยเปิดรับคะแนนยื่นอยู่ไม่น้อยเลย เช่น คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยบูรพา คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม คณะอักษรศาสตร์ของมหาวิทยาลัยศิลปากร 4. เด็กสายศิลป์อังกฤษ สายงานที่กว้างที่สุด คงหนีไม่พ้นสายศิลป์อิงค์ เพราะปัจจุบันหลาย ๆ คณะนั้น เปิดกว้างรับคณะยื่นของเด็กสายนี้เอาซ่ะมาก ๆ เนื่องจากไม่ว่าทำงานอาชีพไหนก็จำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษกันทั้งนั้น ซึ่งคณะที่เปิดรับก็จะมี คณะนิเทศศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะรัฐศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะศิลปศาสตร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 5. เด็กสายศิลป์ฝรั่งเศส น้องคนไหนที่มีแต่คะแนน PAT ศิลป์ฝรั่งเศส ก็สามารถนำไปยื่นได้หลายคณะเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น คณะศิลปศาสตร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะมนุษยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ของหมาวิทยาลัยเชียงใหม่ 6. เด็กสายศิลป์เยอรมัน แม้ว่าจะดูเป็นภาษาที่ไม่ค่อยมีคนเรียนสักเท่าไหร่ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่คณะไหนไม่รับคะแนน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคณะที่เจาะจงทางด้านภาษามากกว่า อาทิ คณะศิลปศาสตร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ถ้าเด็กสายศิลป์คนไหนอยากฝึกภาษาเพิ่มเติมสามารถมาลงคอร์สเรียนกับ TUTOR ME ได้เลย คอร์สภาษาญี่ปุ่น : พูดญี่ปุ่นเป็น เที่ยวได้ ไม่ง้อทัวร์  คอร์ภาษาอังกฤษ : ยกเครื่องแกรมม่า แม่นง่าย ใช้งานจริง คอร์สภาษาฝรั่งเศส : Intensive Reading and Conversation for PAT 7.1
ล้วงความลับ Pat 1 อัพคะแนนได้ 100 up

ล้วงความลับ Pat 1 อัพคะแนนได้ 100 up

ว่าด้วยวิชาคณิตศาสตร์ปราบเซียน ที่หลาย ๆ คนบ่นกันเข้ามาเยอะมากว่า ยากจริงอะไรจริง และด้วยเนื้อหาที่เยอะ ก็อาจจะทำให้เตรียมตัวอ่านหนังสือสอบแทบไม่ทัน จนเครียดหนักกว่าเดิม แต่ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะเรามีทริคทำข้อสอบ PAT 1 มาบอกกัน 1. เน้นเฉพาะเนื้อหาที่ออกสอบ ก่อนอื่นต้องวางแผนก่อนว่าเราจะเอาคะแนนสอบ PAT 1 ไปยื่นคณะไหนบ้างและต้องใช้สัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ จากนั้นก็ค่อยมาลิสต์ว่าจะเลือกอ่านบทไหนบ้างเพื่ออัพคะแนน ขอย้ำว่าให้เลือกบทที่ตัวเองแม่นจริง ๆ เพราะว่าไปเจอข้อสอบแล้วจะได้ไม่เสียเวลาทำ 2. ทางลัดทำข้อสอบไม่ถึง 1 นาที ตรงนี้สำคัญมากหลังจากที่เรารู้แล้วว่าตัวเองจะต้องอ่านเนื้อหาเรื่องใดบ้าง สิ่งสำคัญก็คือให้ฝึกทำข้อสอบเรื่องนั้น ๆ ให้เยอะ เพราะว่าจะช่วยให้เราจับหลัก และรู้แนวในการทำได้คล่อง ซี่งจะทำให้ทำข้อสอบได้เร็วมากเพราะเคยเจอโจทย์ทำนองนี้มาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นขอให้เน้นเรื่องจำสูตรลัด เพราะจะช่วยให้ผ่านข้อยาก ๆ ได้ฉลุย 3. ใช้เวลาเรียนแค่ 15 ชั่วโมง สำหรับใครที่ไม่ค่อยมีเวลาอ่านหนังสือสอบ PAT 1 มากหนัก แนะนำให้ลองหาคลิปยูทูปติวทางลัด PAT 1 หรือลองลงคอร์สเรียนออนไลน์ เพราะอย่างน้อยก็จะมีคนคอยอธิบายในเรื่องที่ไม่เข้าใจ รวมทั้งยังได้เรียนรู้เทคนิคในการแก้โจทย์และสูตรลัดต่าง ๆ ได้คล่องขึ้น ซึ่งตัวคลิปและคอร์สเรียนส่วนใหญ่ก็ใช้เวลาไม่นาน รวมทั้งหมดก็ไม่เกิน 15 ชั่วโมงเท่านั้นเอง 4. ทำได้อย่างน้อย 13 ข้อถือว่าผ่าน สำหรับใครที่อยากได้คะแนน 100 up ขึ้นไป ขอให้แพลนเรื่องที่จะทำข้อสอบให้ดี ๆ เลย เพราะถ้าอยากได้ 100 คะแนนชัวร์ ๆ ต้องทำให้ได้ 13 ข้อขึ้นไป และควรเลือกทำเรื่องที่ตัวเองมีความถนัดเพื่อประหยัดเวลา เท่านี้ก็จะสามารถเก็บคะแนน 100 Up มาครองได้แล้ว และใครที่กำลังเตรียมตัวสอบ PAT 1 กันอยู่ก็อย่าลืมเอาทริคดีๆจาก TUTOR ME ไปใช้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้ทุกคนได้สอบผ่านกัน หรือถ้าสนใจอยากลงเรียนคอร์สออนไลน์เพื่อช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมตัวสอบ ก็สามารถมาลงคอร์สเรียนล้วงความลับ PAT 1 อัพคะแนนขึ้น 100 Up กับ TUTOR ME ได้เลย
[PAT 7.1] ภาษาฝรั่งเศสสอบอะไรบ้าง?

[PAT 7.1] ภาษาฝรั่งเศสสอบอะไรบ้าง?

น้อง ๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบ PAT กันอยู่ มีใครเตรียมสอบ PAT 7.1 กันอยู่บ้างไหม? แล้วรู้หรือยังว่าข้อสอบ PAT 7.1 ภาษาฝรั่งเศส ออกสอบอะไรบ้าง? เรามาดูทริคดี ๆ ในการทำข้อสอบกันดีกว่า ถ้าทำตามนี้รับรองว่าเจอข้อสอบแล้วผ่านฉลุยแน่นอน!  1. คำศัพท์พื้นฐาน (Lexique) พาร์ทนี้จะเน้นคำศัพท์ฝรั่งเศส แนะนำว่าให้น้อง ๆ เอาคำศัพท์จากข้อสอบเก่ามาท่อง แล้วลิสต์คำที่เป็น Synonym ท่องไว้ด้วย ฝึกท่องเป็นเซต ๆ ไป และยิ่งถ้าใครรู้ Prefix และ Suffix ก็จะช่วยให้แกะศัพท์ออกมาได้ง่ายขึ้นอีกด้วย 2. ไวยากรณ์และโครงสร้าง (Grammaire) พาร์ทนี้จะเน้นที่หลักการไวยากรณ์ ซึ่งแนะนำให้น้อง ๆ ฝึกทำข้อสอบเก่า แล้วดูว่ามีเรื่องอะไรที่ออกสอบบ้าง เพราะส่วนใหญ่จะออกเรื่องไม่ไกลจากเดิมมาก และยิ่งฝึกทำข้อสอบเก่ามากก็จะยิ่งแม่นขึ้นตามไปด้วย 3.สำนวน (Expression) ส่วนนี้จะออกเป็นสำนวนและรวมบทสนทนาในชีวิตประจำวัน ข้อสอบจะไม่ค่อยยากมาก แนะนำให้น้อง ๆ ดูพวกแบบฝึกหัดเกี่ยวบทสนทนาให้เยอะ และบางข้อก็มีไกด์คำตอบในโจทย์แล้วด้วย ดังนั้นถ้าน้อง ๆ เคยผ่านโจทย์หรือเจอสำนวนแนวนี้มาก่อน ก็จะทำให้คุ้นกับคำตอบมากขึ้น 4. วัฒนธรรม (Culture) เรียกว่าเป็นพาร์ทเก็บแต้มเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าใครรู้เรื่องวัฒนธรรมฝรั่งเศษเยอะ เจอคำถามแบบนี้นี่ตอบได้รัว ๆ แต่ก็น่าเสียดายหน่อยที่โจทย์แบบนี้ออกแค่ 3 ข้อ และส่วนใหญ่ก็จะออกเรื่อง สถานที่สำคัญ เมือง แคว้นบ่อยที่สุด 5. การออกเสียง (Prononciation) พาร์ทนี้เป็นส่วนตัดแต้มมาก สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนศิลป์ฝรั่งเศสมาโดยตรง ก็จะไม่รู้เรื่องการอ่านออกเสียงเท่าไหร่ ดังนั้น แนะนำให้ลองไปดูข้อสอบเก่าว่า เน้นที่การออกเสียงแบบไหน คำแบบไหนออกเสียงยังไง ก็จะช่วยให้น้อง ๆ จับหลักข้อสอบแบบนี้ได้ดีขึ้น นอกเหนือจากเทคนิคที่ควรจำแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดซึ่งจะทำให้ตอบข้อสอบได้ทุกข้อก็คือความขยันและความพยายาม ไม่ว่าจะเจอโจทย์ยากขนาดไหน ก็จะผ่านไปได้อย่างแน่นอน คอร์สภาษาฝรั่งเศส : Intensive Reading and Conversation for PAT 7.1
[ภาษาที่ 3] ที่ควรเรียนไว้ บริษัทไหนก็อยากได้ตัว

[ภาษาที่ 3] ที่ควรเรียนไว้ บริษัทไหนก็อยากได้ตัว

ภาษา ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่เราใช้สื่อสารกับคนอื่น ๆ รอบตัว ถ้าใครยิ่งรู้ภาษาเยอะ ก็เท่ากับว่าคน ๆ นั้นมีความรู้รอบตัวที่กว้าง อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะก้าวหน้าในหน้าที่การงานอีกด้วย แล้ว เรียนภาษาที่ 3 อะไรดีถึงจะเวิร์ค?  1. ภาษาจีนกลาง (Mandarin / 普通话) ถือเป็นอีกหนึ่งภาษาที่กำลังมาแรงและเพิ่มโอกาสในการทำงานได้ เพราะปัจจุบันบริษัทจีนส่วนใหญ่เริ่มที่จะเข้ามาทำธุรกิจในแถบประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ แถมคนจีนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษ ทำให้ชาวต่างชาติที่พูดจีนได้เป็นที่ต้องการสูงมากในบริษัท ซึ่งส่วนใหญ่บริษัทเหล่านี้ก็ให้เงินเดือนที่สูงมากเช่นกัน 2. ภาษาญี่ปุ่น (Japanese/ 日本語 ) ใครที่ไม่อยากทำงานไกลบ้านแต่อยากอัพเงินเดือนเยอะ ๆ แนะนำให้เลือกเรียน 'ภาษาญี่ปุ่น' เพราะปัจจุบันโรงงานอุสตหกรรมส่วนใหญ่ในบ้านเรา มักจะเป็นของญี่ปุ่นทั้งนั้น และส่วนมากคนญี่ปุ่นก็ไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษ ดังนั้นคนที่รู้ภาษานี้จึงเป็นที่ต้องการมากในตลาด และเผลอ ๆ ก็อาจจะโดนโยกย้ายได้ไปทำงานที่ญี่ปุ่นอีกด้วย 3. ภาษาเกาหลี (Korean/ 한국어) ภาษานี้สาวกเกาหลีต้องชอบแน่นอนกับการเรียน 'ภาษาเกาหลี' แถมตอนนี้ในไทยก็ต้องการคนที่พูดเกาหลีอยู่ไม่น้อย เพราะคนเกาหลีไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษ อีกทั้งบริษัทเกาหลีก็เริ่มเข้ามาเปิดธุรกิจในไทยกันมากขึ้น ดังนั้นบริษัทเหล่านี้ก็เลยอยากได้คนที่รู้ภาษานี้มาช่วยทำงาน 4. ภาษาเยอรมัน (German/ Deutsch) แม้ว่า 'ภาษาเยอรมัน' จะเป็นภาษาที่เรียกยากที่สุด แต่ถ้าได้ภาษานี้รับรองเลยว่าไม่มีทางตกงานอย่างแน่นอน เพราะประเทศเยอรมันเป็นมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจของยุโรป แถมน้อยคนที่จะพูดเยอรมันได้อีกด้วย ดังนั้นถ้าใครพูดภาษาเยอรมันได้ ไม่ตกงานแน่นอน! 5. ภาษาฝรั่งเศส (French/ Français) สำหรับใครที่เป็นสายอาร์ต และอยากทำงานด้านศิลปะ การเรียน 'ภาษาฝรั่งเศส' เป็นอะไรที่เหมาะมาก เพราะประเทศนี้จะเก่งในเรื่องงานศิลปะทุกแขนง แต่คนฝรั่งเศสส่วนใหญ่กลับไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งถ้าใครได้ภาษานี้ละก็ จะช่วยต่อยอดงานสายอาร์ตได้ดีมาก สุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะเรียนภาษาอะไรมันก็ส่งผลดีต่อหน้าที่การงานทั้งนั้น เพราะการเรียนภาษา ไม่ได้เรียนแค่การพูดอย่างเดียวแต่ยังได้ซึมซับวัฒนธรรมและมุมมองการใช้ชีวิตของชาตินั้น ๆ ไปพร้อมกันด้วย ถ้าใครอยากฝึกภาษาเพิ่มเติมสามารถมาลงคอร์สเรียนกับ TUTOR ME ได้เลย คอร์สภาษาญี่ปุ่น : พูดญี่ปุ่นเป็น เที่ยวได้ ไม่ง้อทัวร์ คอร์ภาษาอังกฤษ : ยกเครื่องแกรมม่า แม่นง่าย ใช้งานจริง คอร์สภาษาฝรั่งเศส : Intensive Reading and Conversation for PAT 7.1
TUTOR ME เรียนง่าย ได้ลุ้น

TUTOR ME เรียนง่าย ได้ลุ้น

กิจกรรม TUTOR ME เรียนง่ายได้ลุ้น รายละเอียดกิจกรรม : เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น TUTOR ME และสมัครใช้บริการแบบบุฟเฟต์รายเดือน ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล วิธีการร่วมสนุก : 1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น TUTOR ME ผ่านทาง App Store หรือ Google Play 2. Login เข้าสู่ระบบ ด้วย Facebook หรือ Gmail 3. สมัครเรียนแบบบุฟเฟต์รายเดือน ราคา 250 บาท/เดือน รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลทันที คลิก ช่องทางการสมัครเรียนแบบบุฟเฟต์ : 1. แอปพลิเคชั่น TUTOR ME 2. Website และ Mobile site  วิธีการสมัคร : 1. กด *336*96# แล้วโทรออก 2. ชำระเงินผ่าน App Store หรือ Google Play 3. ชำระเงินผ่าน บัตรเครดิต ราคาค่าบริการ : 250 บาท / Account / เดือน (ไม่รวม VAT) ระยะเวลาของกิจกรรม : 15 กุมภาพันธ์ 2562 - 15 เมษายน 2562 (รวมระยะเวลา 2 เดือน) ของรางวัลประจำกิจกรรม : โทรศัพท์ iPhone XS MAX (64GB) มูลค่า 43,900 บาท จำนวน 3 เครื่อง รวมมูลค่า 131,700 บาท จับรางวัลในวันที่ 30 เมษายน 2562 เงื่อนไขการประกาศรางวัล : จับรางวัลหลังจบระยะเวลากิจกรรม โดยตัดสินจาก Account ที่สมัครเรียนแบบบุฟเฟต์รายเดือน ราคา 250 บาท/เดือน และสามารถ คิดค่าบริการได้ ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลจากการจับชิ้นส่วนคูปอง  เงื่อนไขและรายละเอียดกติกา : 1. ผู้ที่ได้รับของรางวัล มีสิทธิได้รับรางวัล 1 รางวัลเท่านั้น ผู้ที่ได้รับรางวัลมูลค่าเกิน 1,000 บาท ต้องชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% (ตาม คำสั่งกรมสรรพกร ที่ ทป.101/2544) และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% รวมเป็น (12%) จากมูลค่าของรางวัล 2. ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข และของรางวัลโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า 3. การตัดสินของคณะกรรมการการตัดสินถือเป็นเด็ดขาด และสิ้นสุด 4. ในการจับชิ้นส่วน หากปรากฎชื่อผู้โชคดีแล้ว จะต้องรับรางวัลตามที่กำหนดไว้ รางวัลที่ได้รับไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสด หรือของ รางวัลอื่น หรือโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้อื่น 5. บริษัทฯ จะประกาศผลผู้ได้รับรางวัลทางเว็บไซด์ www.tutorme.in.th หรือ โทรติดต่อลูกค้า 6. ผู้ที่ร่วมกิจกรรมของ “TUTOR ME เรียนง่ายได้ลุ้น” ต้องเป็นผู้ที่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น และสมัครเรียนแบบบุฟเฟต์รายเดือน ราคา 250 บาท/เดือน และสามารถคิดค่าบริการได้ ในระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 - 15 เมษายน 2562 (รวมระยะเวลา 2 เดือน) เท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์ร่วมลุ้นรับรางวัล 7. ผู้มีสิทธิ์รับรางวัล จะต้องเป็นผู้ใช้บริการ TUTOR ME และจะต้องไม่ถูกระงับหรือยกเลิกการใช้บริการ ณ วันที่รับของรางวัล 8. ทางบริษัทฯ จะทำการมอบของรางวัลให้กับผู้ได้รับรางวัลภายในระยะเวลา 90 วัน หลังจากทางบริษัทฯ ทำการตรวจสอบวิธีการร่วม ลุ้นชิงรางวัล และเอกสารการยืนยันต่างๆ ตามที่บริษัทฯ ร้องขอ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากไม่มีการติดต่อรับของรางวัลภายใน 7 วันหลัง จากยื่นเอกสารแล้ว ถือว่าสละสิทธิ์ในการรับของรางวัล โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า 9. พนักงานบริษัทกลุ่มธุรกิจในเครือ Mono Group บริษัทตัวแทนโฆษณาที่เกี่ยวข้อง บริษัทตัวแทนรับทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการ และครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมและรับรางวัลใด ๆ ทั้งสิ้น 10. ผู้มีสิทธ์รับรางวัล ไม่สามารถขอคืนค่าบริการที่จ่ายไป ณ เวลาที่ร่วมกิจกรรมได้ ทั้งจาก App Store/ Google Play/ Mobile Operator/ บัตรเครดิต และบริษัทโมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หากทางบริษัทฯ ตรวจสอบพบจะถือว่ารางวัลนั้นเป็นโมฆะ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข และของรางวัลโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า