TUTOR ME | บทความ

INSIDE BUSINESS

Affiliate Marketing คืออะไร? มาทำความรู้จักกัน

Affiliate Marketing คืออะไร? มาทำความรู้จักกัน

มารู้จักกับ Affiliate Marketing การตลาดยุคใหม่ที่ใครหลายคนไม่ยังคุ้นชื่อ ทั้งที่เป็นเรื่องของ Digital Marketing แต่ว่าหลายคนก็ยังไม่รู้จักคำนี้ซะทีเดียวกับ Affiliate Marketing การตลาดยุคใหม่ที่ช่วยเรียกกำไรให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ได้ไม่น้อยเลย เพราะนอกจากจะช่วยให้ลูกค้าซื้อของได้จริงแล้ว ยังช่วยโปรโมทสินค้าและบริการในงบลงทุนที่ประหยัดลงได้อีกด้วย แต่แนะนำว่าคุณต้องเลือกช่องทางโปรโมทสินค้าดี ๆนะคะ ให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้า/บริการที่วางขาย เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาทำความรู้จักกับ Affiliate Marketing แบบเต็มๆกันเลยดีกว่า     Affiliate Marketing คืออะไร? Affiliate Marketing คือ การเอาสินค้าและบริการไปวางโปรโมทในเว็ปไซต์อื่น ๆ และถ้ามีคนซื้อของของเราจากเว็ปไซต์นั้น ๆ เราก็ต้องหักค่าคอมมิชชั่นเป็นเปอร์เซ็นต์ให้เว็ปเหล่านั้นไปค่ะ อย่างเช่น ถ้าเราไปวางขายสินค้าออนไลน์ในเว็ป THEOUTLET24, Honestbee ,และ Shoppee แล้วสินค้าเราขายได้ เราก็ต้องหักเปอร์เซ็นต์จากยอดขายให้เว็ปไซต์ไปค่ะ หลักการตลาดก็จะประมาณนี้แต่ที่สำคัญ คือ  คุณต้องโปรโมทให้ถูกกลุ่มและตรงความสนใจของลูกค้าค่ะ  เว็ปไซต์ที่ทำ Affiliate Marketing มีอะไรบ้าง?  ปัจจุบันเว็ปไซต์ E-Commerce มีการทำ Affiliate Marketing กันมากขึ้นนะคะ โดยจะคิดค่าคอมมิชชั่นที่หักแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น TV Direct หัก8 %, THEOUTLET24 หัก 10%, Cmart หัก 8% , Honestbee หัก 200 บาทต่อการใช้คูปอง,และ Ezbuy หัก 55 บาท เป็นต้น สิ่งที่คุณจะได้จาก Affiliate Marketing …  จริงอยู่ที่เว็ปไซต์เหล่านี้จะช่วยเพิ่มยอดขายของคุณได้ง่ายกว่าเดิม โดยที่คุณไม่ต้องลงทุนไปกับค่าโปรโมทเยอะมาก ยิ่งไปกว่านั้นตัวเว็ปไซต์เหล่านี้ก็ยังช่วยโปรโมทสินค้าให้คุณผ่านสื่อออนไลน์ โปรโมชั่นโค้ดส่วนลดและ ดีลกิจกรรมร่วมสนุกต่าง ๆ ซึ่งก็ช่วยให้สินค้า/บริการเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นด้วยอีกเช่นกัน เป็นยังไงกันบ้างคะ? กับอีกช่องทางการตลาดแบบใหม่ Tutor Me ก็หวังว่าจะถูกใจเหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายๆคนนะคะ
4 กลเม็ดการขายแบบตัวแทน สร้างแบรนด์ให้รุ่ง ต้องทำไง?

4 กลเม็ดการขายแบบตัวแทน สร้างแบรนด์ให้รุ่ง ต้องทำไง?

4 กลเม็ดการขายแบบตัวแทน สร้างแบรนด์ให้รุ่ง ต้องทำไง? “อยากเพิ่มยอดขาย… สร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง… เทรน์ลูกทีมยังไงให้ดูมืออาชีพ” ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของแบรนด์หรือหัวหน้าทีม ก็สร้างยอดขายให้รุ่งได้ง่ายๆค่ะถ้าคุณจริงจังกับธุรกิจและจับจุดความสนใจของลูกค้าได้ถูก และสำหรับใครที่กำลังมองหาทริคต่อยอดกำไรทางธุรกิจอยู่ละก็ วันนี้ทีม T๊UTOR ME มี 4 กลเม็ดเคล็ดลับทำการตลาดแบบตัวแทนมาบอกกันค่ะว่าแล้วมาดูกันเลย 1. ทำ Content Marketing ให้ปังๆ เคยได้ยินมั้ยคะว่าคอนเทนต์ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะนอกจากจะช่วยทำให้คนรู้จักสินค้ามากขึ้นแล้ว ยังช่วยประหยัดงบโปรโมทแบรนด์ไปได้อีกด้วย ซึ่งการทำคอนเท้นต์ให้ดี ควรสร้างให้ตรงกับกลุ่มความสนใจของลูกค้าและทำให้เค้ารู้สึกสนุกไปกับตัวคอนเท้นต์ไปพร้อมๆกันด้วย 2. ดูแลลูกทีมให้ดี ที่สำคัญต่อมาคงหนีไม่พ้นการดูแลลูกทีมอย่างจริงใจและใส่ใจนี่แหละค่ะ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นทริคของแม่ทีมหลายคนเลยก็ว่าได้ เพราะยิ่งทีมแกร่งมากเท่าไหร่ จะช่วยให้คุณและลูกทีมขยายฐานธุรกิจได้มากทั้งคู่ แถมยังเพิ่มศรัทธาต่อธุรกิจของคุณได้มากทีเดียว  3. ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คให้เป็น  นอกจากการโปรโมทผ่านช่องทางของแบรนด์หลักแล้ว เหล่าตัวแทนก็ควรเรียนรู้วิธีใช้ Social Network Tool เพื่อไว้เป็นตัวช่วยเรื่องการตลาดออนไลน์ได้อีกทางค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Tool จาก Facebook Line Instagram และTwitter ค่ะ ซึ่งช่องทางเหล่านี้ก็จะมีวิธี โปรโมทสินค้าและบริการแตกต่างกันออกไป  4. สร้าง Passion ในการขาย เพราะการได้ทำในสิ่งที่รักต่อให้เหนื่อยแค่ไหน เราก็คงไม่ถอดใจได้ง่ายๆ การขายก็เช่นกันค่ะ ถ้าคุณหมั่นสร้างพลังใจให้ลูกทีมอยู่เสมอ ก็จะช่วยให้พวกเขามีกำลังใจการทำยอดและส่งต่อสินค้า/บริการดีๆให้คนอื่นด้วยความจริงใจและหวังดีได้  อ่านมาเพลินๆจนจบแล้ว ใครอยากติดตามทริคเรื่องการขายแบบตัวแทน ที่ช่วยเพิ่มกำไรยอดขายได้ปังๆ ไม่หมกเม็ด สามารถมาลงคอร์สเรียนออนไลน์ "ปั้นตัวแทนเงินล้าน ผ่านมือถือเครื่องเดียว" กันต่อได้เลยค่ะ เพราะคอร์สนี้รวบรวมเนื้อหาเรื่องการปั้นตัวแทนเงินล้านแบบละเอียดยิบ แบบเป็นภาคต่อทริคของที่ Tutor Me เอามาฝากเลย คลิ๊กเลย https://tutorme.in.th/course/premium/business-partner-to-touch-million-cash
ว้าววว! 4 เทคนิคขายสินค้าให้รวยด้วย Google

ว้าววว! 4 เทคนิคขายสินค้าให้รวยด้วย Google

ว้าววว! 4 เทคนิคขายสินค้าให้รวยด้วย Google คุณรู้หรือไม่ว่า? ทุกวันนี้มีคนเสิร์ชหาข้อมูลใน Google มากถึง 3.5 ล้านล้านครั้งต่อวันจากทั่วโลก ซึ่งนั้นก็หมายความว่า Google สามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคเอาไว้ให้นักการตลาดต่อยอดธุรกิจกันได้นับไม่ถ้วน และไม่ใช่แค่ Search Engine เจ๋ง ๆ อย่างเดียวเท่านั้น แต่ Google ทำได้มากกว่าที่คุณคิดซะอีก เพราะปัจจุบันก Google พัฒนา Tools ทางธุรกิจเอาไว้ให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ใช้งานกันมากขึ้น ซึ่งต่อยอดมาเป็นฟังก์ชั่นสุดครีเอทให้คนขายของออนไลน์ได้ทำ Digital Marketing กันแบบฟรี ๆ ว่าแล้วเรามาดูกันดีกว่าว่าจะมี Tools อะไรบ้าง กับ 4 เทคนิคขายสินค้าให้รวยด้วย Google 1. ใช้ Google Trends อีกหนึ่งตัวช่วยเกาะกระแสของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในยุคนี้ ก็คือ Google Trends เพราะแพลตฟอร์มนี้สามารถบอกเราได้ว่า ช่วงนี้ผู้บริโภคสนใจเรื่องอะไรกันบ้างจากคำค้นส่วนใหญ่ ดังนั้นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จึงสามารถจับกระแสดังกล่าวไปทำโปรโมชั่นได้อีกทอดหนึ่ง 2. ใช้ Google Search Console ถ้าอยากให้เว็บไซต์ของคุณติดหน้าคำค้นแรกบน Google ละก็ แนะนำให้ใช้ Google Search Console เพราะแพลตฟอร์มนี้มีฟีเจอร์ให้คุณสร้าง คอนเท้นต์ SEO บน Google ได้โดยตรง ซึ่งสามารถเข้าถึงเนื้อหาของคุณได้ง่ายขึ้น และหากคอนเท้นต์ไหนโดนใจ ตรงกับ Google Trends หน้าเว็บนั้นก็จะขึ้นคำค้นแรกอย่างง่ายดาย 3. ใช้ Google My Business จะลงโฆษณาใน Google ฟรีทำยังไง? สำหรับธุรกิจร้านอาหารของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต้องฟีเจอร์นี้เลย กับ Google My Business ซึ่งจะช่วยระบุพิกัดของร้านได้บน Google Maps เพียงแค่ลูกค้าเสิร์ชเป็นชื่อร้าน คำค้นสุดฮิตที่คุณแอบใส่ไว้ใน Google My Business เพียงเท่านี้ชื่อของร้านคุณก็จะขึ้นหน้าแรก Google แล้ว 4. ใช้ Google+ Business Page นอกจากการตลาดออนไลน์บน Facebook Page แล้ว  Google เขาก็มีฟีเจอร์สร้างคอนเทรนต์ออนไลน์เพจส่วนตัวด้วยเหมือน ซึ่งคุณสามารถเลือกได้ว่าอยากให้ใครเห็นบ้าง โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องแอดเขาเป็นเพื่อน โดยเลือกแชร์ในสังคมที่มีความสนใจเดียวกัน หรือจะตั้งแชร์เป็นสาธารณะก็ยังได้ สำหรับพ่อค้าแม่ค้าคนไหน ที่สนใจทริคดี ๆ เช่นนี้เอาไว้เพิ่มยอดขายออนไลน์ แนะนำ คอร์สเพิ่มยอดขายออนไลน์ด้วย Google Marketing เพราะที่นี่รวบรวมกลเม็ดเคล็ด (ไม่)ลับในการทำออนไลน์มาร์เก็ตติ่งที่ตอบโจทย์คนสมัยนี้โดยเฉพาะ
7 ทักษะยุค Digital ที่ควรมีติดตัวไว้

7 ทักษะยุค Digital ที่ควรมีติดตัวไว้

7 ทักษะยุค Digital ที่ควรมีไว้ติดตัว ทุกวันนี้ศาสตร์การทำงานในทุกรูปแบบล้วนแต่พึงพิงความเป็นดิจิทัลกันทั้งนั้น เพราะนอกจากจะสะดวกรวดเร็วแล้วยังสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนปัจจุบันที่นิยมใช้มือถือและอินเตอร์เน็ตกันเป็นอย่างมากดังนั้นการที่คุณมีทักษะด้าน Digital มากขึ้นก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการทำงานยิ่งขึ้น แล้วทักษะแบบไหนบ้างละที่ควรจะมี เรามาดูกันดีกว่าค่ะ 1. Digital Marketing เนื่องพฤติกรรมของคนที่ใช้ Social Media กันมากขึ้น   การทำมาร์เก็ตติ้งแบบเดิมออฟไลน์จึงต้องขยายมาอยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ตามไปด้วย ธุรกิจส่วนใหญ่สมัยนี้จึงเน้นการทำ Digital Marketing มากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นถ้าคุณมีทักษะด้านนี้บอกเลยว่ากำลังเป็นที่ต้องการมาก  2. Google Analytic และส่วนที่ต่อยอดมาจากการทำมาร์เก็ตติ้งออนไลน์ ก็คือ Google Analytic นี่แหละค่ะเพราะถือเป็นเครื่องมือวิเคราะห์อินไซท์การตลาดออนไลน์ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมแถมยังใช้เป็นข้อมูลทำการตลาดที่มีประสิทธภาพต่อได้อีกด้วย 3. Excel อีกหนึ่งโปรแกรมที่ช่วยวิเคราะห์ตัวเลขทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ก็คงหนีไม่พ้น Excel เลยค่ะโดยเฉพาะหมวดเครื่องคิดเลขที่ช่วยลดเวลาในการคำนวณยอกต่างๆ ของคุณได้ไม่น้อย บอกเลยว่าใครมีทักษะนี้จะทำงานขึ้นง่ายมาก 4. Web Development นอกจากทักษะด้านการตลาดออนไลน์และ Google Analytic ที่คุณควรมีแล้ว พวกทักษะซึ่งเกี่ยวโยงด้านออนไลน์อย่าง Web Development ก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ เพราะจะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องมาร์เก็ตติ้งออนไลน์ได้ลึกซึ้งมากขึ้น 5. Writing และอีกสิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้ก็คือสกิลในการเขียนเลยค่ะ เพราะปัจจุบันคอนเทนต์ออนไลน์ส่วนใหญ่ถูกส่งผ่านทางบทความอีกทั้งพฤติกรรมของคนก็มักจะเสพบทความทางออนไลน์อีกเช่นกัน ดังนั้นถ้าคุณมีทักษะทางด้านนี้ก็จะช่วยต่อยอดงานสายออนไลน์มาร์เก็ตติ้งได้ไม่น้อยเลยค่ะ 6. Project Managements เพราะทักษะบริหารเป็นสิ่งสำคัญค่ะซึ่งไม่ว่าจะงานสายไหน คุณก็ต้องมีทักษะด้านนี้ไว้ติดตัว เพราะจะช่วยให้การทำงานของคุณมีระบบมากขึ้นและ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคุณได้ทางอ้อมด้วยค่ะ 7. Public Speaking และทักษะสำคัญที่สุดที่คุณขาดไม่ได้ก็คือสกิล Public Speaking ค่ะเพราะจะช่วยให้คุณรวบรวมความคิดและสรุปงานออกมาได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนทำให้การพรีเซนท์งานของคุณน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
ขายของออนไลน์ หารายได้จาก Ebay และ Amazon

ขายของออนไลน์ หารายได้จาก Ebay และ Amazon

ทุกวันนี้ถึงแม้จะมี Marketplace ที่ใหม่ๆ เกิดขึ้นมามากมายบนโลกออนไลน์ แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่มีใครสามารถโค่นล้มยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งอย่าง Amazon และ Ebay ได้อยู่ดี เรามาดูเคล็ดลับในการลงขายสินค้าให้มีผู้สนใจเยอะๆ ใน 2 เว็บไซต์นี้กัน ขอบอกเลยว่าช่องทางทำรายได้มหาศาลกำลังเปิดรอเพื่อนๆ ทุกคนอยู่ 1. สมัครสมาชิกโดยเลือกเป็น ‘Sell as Professional’ เหตุผลที่ต้องสมัครโดยการเลือกแบบนี้ก็เพราะ เราสามารถขายสินค้าที่ไม่เคยมีในเว็บไซต์มาก่อนเลยได้ ถึงแม้จะต้องแลกกับค่าธรรมเนียมที่มากกว่ากันก็ตาม แถมสินค้าบางหมวดยังต้องได้รับการอนุมัติก่อนด้วยถึงจะขายได้ 2. ขายแบบ FBA การขายแบบ Fulfillment by Amazon ก็คือ สินค้าเราจะสต็อกไว้ที่ Amazon เลย เมื่อมีคนมาสั่งซื้อกับ Amazon เค้าก็จะบรรจุสินค้าและจัดส่งให้เราทันที ทำให้สินค้าถึงมือลูกค้าได้เร็ว ไม่ต้องรอ 15-20 วัน ส่งผลให้เราได้รีวิวดีขึ้น 3. ทำตามกฎของทั้ง 2 เว็บไซต์ แน่นอนว่าทั้ง 2 เว็บไซต์ก็ต้องมีกฎของแต่ละเว็บ ซึ่งถ้าเราทำผิดก็อาจส่งผลให้โดนปิดบัญชีเอาได้ เพราะฉะนั้นต้องศึกษากฎอย่างละเอียดก่อนว่าอะไรขายได้ อะไรห้ามขาย 4. พยายามขึ้นอันดับต้นๆ ในการค้นหา ยิ่งสินค้าเราอยู่หน้าแรก ก็ยิ่งมีโอกาสขายได้ ซึ่งเทคนิคที่จะทำให้ครองตำแหน่งนั้นได้คือ ราคาสินค้าของเรารวมค่าส่งแล้วต้องถูกที่สุด ขายสินค้าที่ไม่เหมือนใคร 5. เขียนคำอธิบายให้ละเอียด เพราะคู่แข่งที่เยอะ เราเลยต้องให้ข้อมูลลูกค้าแบบครบถ้วน เพราะถ้าลูกค้าอ่านคำอธิบายแล้วเกิดสงสัย แต่ข้อมูลเราไม่ครบถ้วน ก็ไม่จำเป็นต้องมาทักเราซ้ำเพื่อสอบถาม แต่ลูกค้าก็จะตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้บริการเจ้าอื่นเลยง่ายกว่า ตรงนี้จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ 6. ตอบกลับอย่างรวดเร็ว สุดท้ายแล้วการที่เราตอบกลับลูกค้าอย่างรวดเร็ว ก็จะช่วยสร้างประสบการณ์ดี ๆ ให้กับลูกค้า และทำให้ลูกค้าอยากใช้บริการเรามากกว่าคนอื่น ๆ ที่ตอบช้าไปเป็นชั่วโมง ๆ สุดท้ายแล้วในการที่เราจะสร้างรายได้ด้วยการขายของกับ Ebay และ Amazon สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องเริ่มต้นลงมือทำ ไม่เอาแต่คิดฟุ้งซ่านเป็นไอเดียอย่างเดียว เพราะถ้าเราเริ่มลงมือทำเมื่อไหร่ เม็ดเงินที่หวังไว้มันย่อมตามมาอย่างแน่นอน