TUTOR ME | บทความ

บทความ

รู้ไว้ก่อนบินเที่ยวให้อินที่...ญี่ปุ่น

รู้ไว้ก่อนบินเที่ยวให้อินที่...ญี่ปุ่น

การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง บางครั้งเราก็อาจจะพบปัญหาในเรื่องของภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร เพราะสถานที่ที่เราเดินทางไปนั้น อาจจะพบว่ามีน้อยคนที่จะสื่อสาร ด้วยภาษาอังกฤษได้ เราจึงต้องใช้ท่าทางหรือภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ และต้องใช้เซนต์ในการเดาบ้างเล็กน้อย หรือบางครั้งเราก็ต้องขอความช่วยเหลือจากคุณลุงคุณป้าที่เจอตามรายทางบ้าง หากเราพอจะรู้คำศัพท์ ภาษาญี่ปุ่นบางคำไว้บ้าง ก็ทำให้สะดวกยิ่งขึ้น 5 ศัพท์ญี่ปุ่นง่ายๆ สำหรับเดินทาง ตามไปเรียนคอร์สภาษาญี่ปุ่น เพื่อการเที่ยวญี่ปุ่นแบบฟินๆ ที่ >> พูดญี่ปุ่นเป็นเที่ยวได้ไม่ง้อทัวร์ 
รู้ไว้ก่อนบินเที่ยวให้อินที่...ญี่ปุ่น

รู้ไว้ก่อนบินเที่ยวให้อินที่...ญี่ปุ่น

การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง บางครั้งเราก็อาจจะพบปัญหาในเรื่องของภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร เพราะสถานที่ที่เราเดินทางไปนั้น อาจจะพบว่ามีน้อยคนที่จะสื่อสาร ด้วยภาษาอังกฤษได้ เราจึงต้องใช้ท่าทางหรือภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ และต้องใช้เซนต์ในการเดาบ้างเล็กน้อย หรือบางครั้งเราก็ต้องขอความช่วยเหลือจากคุณลุงคุณป้าที่เจอตามรายทางบ้าง หากเราพอจะรู้คำศัพท์ ภาษาญี่ปุ่นบางคำไว้บ้าง ก็ทำให้สะดวกยิ่งขึ้น 5 ศัพท์ญี่ปุ่นง่ายๆ สำหรับเดินทาง ตามไปเรียนคอร์สภาษาญี่ปุ่น เพื่อการเที่ยวญี่ปุ่นแบบฟินๆ ที่ >> พูดญี่ปุ่นเป็นเที่ยวได้ไม่ง้อทัวร์ 
เรียนออนไลน์ดียังไง? ทำไมใครๆ ก็มาเรียน?

เรียนออนไลน์ดียังไง? ทำไมใครๆ ก็มาเรียน?

เรียนออนไลน์ดียังไง? ทำไมใครๆ ก็มาเรียน? โลกออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเราไปเรียบร้อยแล้ว คิดเอาง่ายๆ ว่าสมัยนี้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเราแทบจะทำด้วยระบบออนไลน์ทั้งสิ้นเอาใกล้ตัวมากก็อย่างการติดต่อสื่อสาร, การค้นหาข้อมูลต่างๆ, การซื้อขายสินค้า และที่เหนือไปกว่านั้นคือทุกวันนี้เรายังสามารถเรียนออนไลน์ได้อีกด้วย หลายคนแทบไม่อยากเชื่อว่าการเรียนที่เป็นการเรียนจริงๆ เกิดขึ้นได้บนโลกออนไลน์ซึ่งต้องยอมรับว่ามีข้อดีหลายประการมากๆ สำหรับใครกำลังคิดจะเรียนด้วยวิธีนี้ มาดูกันว่าข้อดีของการเรียนออนไลน์มีอะไรบ้าง 5 ข้อดีของการเรียนออนไลน์ 1. สามารถเลือกเวลาเรียนได้ตามความต้องการ – หากเป็นการเรียนแบบเดิมจะต้องมีเวลาในการเข้าเรียนตายตัวซึ่งผู้เรียนจำเป็นต้องรีบร้อนในการเข้าเรียนให้ทันตามกำหนด แต่สำหรับการเรียนออนไลน์เราไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเพราะสามารถเริ่มต้นเรียนตอนไหนก็ได้ ถือว่าตอบโจทย์คนที่ทำงานหรือมีกิจกรรมอื่นนอกเหนือจากการเรียนอย่างมาก 2. อยู่ตรงไหนบนโลกนี้ก็เรียนได้ – ขอเพียงแค่คุณมีอุปกรณ์เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต เช่น คอมพิวเตอร์, โน้ตบุ๊ค ต่อให้อยู่ตรงส่วนไหนของโลกที่อินเตอร์เน็ตเข้าถึงก็สามารถเรียนออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย ไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนในคลาสหรือมาโรงเรียน มามหาวิทยาลัยให้ยุ่งยาก 3. ทบทวนการเรียนตรงจุดที่ไม่เข้าใจได้ตลอด – ถือเป็นข้อดีอันโดดเด่นอีกด้านสำหรับการเรียนออนไลน์ คือเราสามารถย้อนกลับไปทบทวนในบทเรียนที่ยังไม่ค่อยเข้าใจหรือมีข้อสงสัยต่างๆ ได้ ซึ่งการเรียนการสอนปกติหากผ่านไปแล้วมันคือผ่านไปเลยจะย้อนกลับมาใหม่คงเป็นเรื่องยากน่าดู 4. หลักสูตรการสอนมีการอัพเดทบ่อยๆ – ในเมื่อเป็นการเรียนออนไลน์นั่นหมายถึงหนังสือไม่ใช่เรื่องจำเป็น ทำให้ผู้สอนสามารถอัพเดทข้อมูลใหม่ๆ ตัวอย่างที่ทันยุคสมัยได้ตามต้องการใส่ในบทเรียนได้เลย คนเรียนเองก็สามารถเรียนรู้กับเรื่องใหม่ได้ทันทีเพราะผู้สอนไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์หนังสือและผู้เรียนเองก็ไม่ต้องเสียเงินซื้อบ่อยๆ 5. ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะมาก – ลองเทียบค่าใช้จ่ายระหว่างการเรียนปกติกับการเรียนออนไลน์จะเห็นว่าอย่างหลังถูกกว่ามาก เรื่องค่าหลักสูตรอาจไม่หนีกันเท่าไหร่แต่สิ่งที่ต่างแน่ๆ เอาแบบยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น เรียนออนไลน์ไม่ต้องเสียเงินซื้อหนังสือเรียน, ไม่ต้องเสียค่าเดินทาง, ค่าอาหาร เครื่องดื่ม เป็นต้น เพียงเท่านี้ก็ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะมากๆ กับกรเลือกเรียนแบบออนไลน์ ข้อดีอันหลากหลายของการเรียนออนไลน์คงช่วยตอบโจทย์ข้อสงสัยได้อย่างดีทีเดียว ในเมื่อมีช่องทางที่มองแล้วสะดวกสบายมากกว่าก็ควรเลือกเพื่อตัวเราเอง กระนั้นสิ่งที่ต้องท่องให้ขึ้นใจคือการเรียนออนไลน์ต้องตั้งใจและรับผิดชอบตัวเองให้สูงเข้าไว้รับรองว่าได้ประโยชน์และคุ้มค่าแน่นอน
เงินเดือน แบ่งอย่างไรให้อยู่รอด?

เงินเดือน แบ่งอย่างไรให้อยู่รอด?

เมื่อคนเรามีความต้องการไม่จำกัด และความอยากได้ก็เข้าครอบงำ จนต้องเสียเงินไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นบ่อยครั้ง อาจทำให้เงินเดือนที่ได้ไม่พอใช้ และไม่มีเงินเก็บ และเมื่อใดที่ต้องเจอกับเหตุการณ์ที่จำเป็นต้องใช้เงินแบบกระทันหัน หลายคนจึงมักหันไปกู้เงินนอกระบบ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง โดยเฉพาะเรื่่องการทวงเงิน โดยใช้ความรุนแรง ดังนั้น หากเรารู้จักการแบ่งสัดส่วนของเงินเดือน และตั้งไว้ให้ชัดเจน ก็จะช่วยให้รู้ว่ามีเงินไว้สำหรับจ่ายอะไร และเท่าไหร่บ้าง และไม่จำเป็นต้องไปกู้เงินจากที่ไหนเลย ตั้งงบรายจ่ายจากสมการเงินออม รายได้ - เงินออม - หนี้สิน = รายจ่ายส่วนตัว แล้วเราควรออมเงินเท่าไหร่ ? เงินเดือน 100% ควรแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เงินออม 30% และรายจ่ายอีก 70%   สมมติ รายได้ 15,000 บาท ควรออมเงิน 30% เท่ากับ 4,500 บาท มีหนี้สินเป็นค่าบัตรเครดิต 2,000 สมการการออมเงิน รายได้ - เงินออม - หนี้สิน = รายจ่ายส่วนตัว 15,000 - 4,500 - 2,000 = 8,500 8,500 ก็จะเป็นค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าเดินทาง รวมถึงค่ากิน เท่านี้ก็จะทำให้เรารู้ว่าเราเหลือเงินเท่าไหร่ในการใช้จ่ายในแต่ละเดือน ปรับลดค่าใช้จ่าย ประหยัดมากขึ้น หรือหารายได้เสริม เพื่อให้เราจัดการรายจ่ายได้โดยไม่เกินตัว 
มารู้จักfoot work ให้มากขึ้นกับสเต็ปแดนซ์เท่ห์ๆที่ใครก็ทำได้

มารู้จักfoot work ให้มากขึ้นกับสเต็ปแดนซ์เท่ห์ๆที่ใครก็ทำได้

Footwork (ฟุตเวิร์ค) อีกหนึ่งสไตล์การเต้นสุดเท่ห์ที่ผสมผสานการเคลื่อนไหวของร่างกายอย่าง Breaking dance, House dance และ Tap danceได้ลงตัวโดยฟุตเวิร์คจะเน้นการขยับมูฟเม้นท์ช่วงแขนและขาเป็นหลักในบีทดนตรีที่เร็วถึง165 bmp จนเรียกได้ว่าเต้นฟุตเวิร์คหนึ่งครั้งช่วยเผาผลาญเหงื่อได้เยอะเลยแหละและสำหรับหนุ่มๆคนไหนที่กำลังหาวิธีออกกำลังกายสไตล์เท่ห์ๆฟุตเวิร์คก็คงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยคุณได้ไม่น้อย  ต้นกำเนิดความเท่ห์สไตล์ชิคาโก้ ต้นกำเนิดของสตรีทแดนซ์แนวนี้เกิดจากการเต้นแบทเทิลกันระหว่างชาวนิวยอร์คเกอร์สุดฮิปเมื่อปี1970s ซึ่งสมัยนั้นเค้าเรียกกันว่าบีบอยโดยต่อมาหนุ่มสาวนักแบทเทิลเริ่มมองว่าสไตล์การเต้นบีบอยมันไม่เร้าใจซักเท่าไหร่จึงยกระกับการเต้นให้แอดวาดซ์ขึ้นซึ่งมาพร้อมกับบีทเทมโปมันส์ๆโดยย้ายสนามประลองไปที่ชิคาโก้แทนจนเกิดมาเป็นสตรีทแดนซ์ฮิปๆที่เรารู้จักกันในชื่อว่าFootwork นั้นเองค่ะ ปูพื้นฐานฟุตเวิร์คฉบับ Beginner แน่นอนว่าการเต้นฟุตเวิร์คในบีทเร็วๆเช่นนี้คงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับหลายๆคนถ้างั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าก่อนจะเรียนเต้นFootwork เป็นจริงเป็นจังเราต้องเตรียมตัวอะไรมั่ง 1. ลงน้ำหนักให้บาลานซ์ว่าด้วยเรื่องของเทคนิคที่ช่วยให้การเต้นของคุณดูพริ้วไหวขึ้นก็คือคุณต้องรู้น้ำหนักขาของตัวเองค่ะว่าสามารถรับความหนักได้เท่าไหร่เต้นจังหวะเร็วได้สักแค่ไหนซึ่งจะช่วยให้คุณบาลานซ์น้ำหนักในการเต้นได้ดีและลงจังหวะได้เป๊ะขึ้น 2. วอร์มขาขึ้นลงบ่อยๆเพราะว่าการเต้นแนวนี้เน้นการใช้ช่วงขาเป็นหลักดังนั้นการขยับมูฟเมนท์บริเวณดังกล่าวเป็นประจำจะช่วยให้คุณขยับร่างกายได้คล่องตัวขึ้นแถมยังช่วยให้คุณได้ฝึกสเต็ปการแดนซ์ในระดับต่างๆอย่างฟรีสไตล์อีกด้วย 3. จับคู่กับเพลงfootworkและถ้าจะฝึกขยับมูฟเมนท์ขาแขนทั้งทีซ้อมคู่กับเพลงJazzก็ดูจะไม่ทำให้อินซักเท่าไหร่นักเต้นมือใหม่หลายคนๆจึงนิยมฝึกคู่กับเพลงแนวFootdanceซะเลยเพราะเพลงแนวนี้มีบีทจังหวะเร็วผสมกับดนตรีสไตล์ Jukeและ Ghetto house จึงทำให้เข้ากับวิถีการเต้นแบบนี้เป็นที่สุด 4. ลงคอร์สเรียนไปเลยสำหรับหนุ่มคนไหนที่เริ่มสนใจและอยากเรียนเต้นสไตล์นี้มากขึ้นแนะนำให้เข้าไปดูวิดีโอTutorialสอนเต้นFootwork ดูค่ะเพราะในยูทูปมีท่าเต้นแบบเจ๋งๆให้คุณลองฝึกด้วยตัวเองเยอะมากหรือถ้าใครอยากเรียนรู้เทคนิคคูลๆเสริมสกิลแดนซ์มันซ์ๆให้ลองลง คอร์สBasic การเต้นFootwork เลยเพราะคอร์สนี้รวบรวมเทคนิคการเต้นสุดเจ๋งที่อัดแน่นไปด้วยความสนุกเพื่อเอาใจคนไม่มีพื้นฐานโดยเฉพาะ…เพราะใครๆก็เต้นFootworkได้!