TUTOR ME | บทความ

บทความ

สรุปทุกอย่าง! เคมี O-NET สอบอะไรบ้าง?

ใกล้จะถึงแล้ว! สำหรับการสอบ O-NET ของน้อง ๆ ม.6 ที่กำลังจะจัดขึ้นในปีหน้า หนึ่งในวิชาสุดหินของเด็กสายวิทย์และสายศิลป์คงหนีไม่พ้น วิชา O-NET เคมีกันแน่ ๆ เพราะนอกจากเนื้อหาเรื่องธาตุต่าง ๆ ที่ซับซ้อนแล้ว ยังมีสูตรคำนวณที่จะต้องจำเข้าห้องสอบอีกด้วย แต่อย่าเพิ่งกังวลใจไป เพราะ TUTOR ME ได้รวบรวมเนื้อหาที่จะออกสอบมาให้ดูกันแล้ว ว่าแต่มีอะไรบ้างมาดูกัน 1. โครงสร้างอะตอมและตารางธาตุ จะเน้นเรื่องอะตอม อนุภาคมูลฐาน อิเล็กตรอน ธาตุกัมมันตรังสี โดยจะต้องรู้วิธีเขียนสูตรสารประกอบรู้สัญลักษณ์ธาตุ ตลอดจนจำวิธีจัดเรียงอิเล็กตรอนให้ได้ขึ้นใจ 2. สมบัติธาตุและสารประกอบ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ สารประกอบโคเวเลนต์, ไอออนิก และสมบัติธาตุ โดยจะต้องเข้าใจเรื่องสมบัติของธาตุและการละลายน้ำ ตลอดจนรู้วิธีเขียนสูตรสารประกอบให้ได้ 3. ปฏิกิริยาเคมี สิ่งสำคัญก็คือจะต้องเข้าใจเรื่องนิยามของการเปลี่ยนแปลงสาร การเปลี่ยนแปลงพลังงาน นอกจากนี้ยังต้องจำสูตรและวิธีคำนวณหาอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีให้แม่น รวมไปถึงเรื่องปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อปฏิกิริยาเคมี 4. ปิโตเลียมและโพลิเมอร์ จะเน้นออกเกี่ยวกับสารเคมีโมเลกุลใหญ่ เช่น พอลิเมอร์ พลาสติก ยาง เส้นใย สารสังเคราะห์ สารปรุงแต่ง สารซักล้าง โดยจะต้องจำพวกที่มาของการเกิดสารดังกล่าว นิยาม ตลอดจน พอลิเมอร์ประเภทต่าง ๆ เป็นต้น 5. สารชีวโมเลกุล จะเน้นเรื่องสารอาหาร และการทดสอบ, ไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัว ตลอดจน ประโยชน์และหน้าที่ของสารอาหารต่าง ๆ ซึ่งจะต้องรู้วิธีแปลงสภาพและการทดสอบโปรตีน ตลอดจนสามารถจำเรื่องท่องจำตารางธาตุให้ได้ สำหรับน้อง ๆ ม.6 คนไหนที่อยากติว O-NET เคมีกันแบบเข้มข้น ขอแนะนำ คอร์ส “ติวลัดเคมี O-NET ม.6 จบพร้อมสอบ” ซึ่งคอร์สนี้รวบรวมเทคนิคการทำข้อสอบ พร้อมเนื้อหาเคมีแบบอัดแน่นมาให้ได้ติวสอบกันอย่างครบถ้วน รับรองว่าสอบได้แน่นอน!
ล้วงความลับ Pat 1 อัพคะแนนได้ 100 up

ล้วงความลับ Pat 1 อัพคะแนนได้ 100 up

ว่าด้วยวิชาคณิตศาสตร์ปราบเซียน ที่หลาย ๆ คนบ่นกันเข้ามาเยอะมากว่า ยากจริงอะไรจริง และด้วยเนื้อหาที่เยอะ ก็อาจจะทำให้เตรียมตัวอ่านหนังสือสอบแทบไม่ทัน จนเครียดหนักกว่าเดิม แต่ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะเรามีทริคทำข้อสอบ PAT 1 มาบอกกัน 1. เน้นเฉพาะเนื้อหาที่ออกสอบ ก่อนอื่นต้องวางแผนก่อนว่าเราจะเอาคะแนนสอบ PAT 1 ไปยื่นคณะไหนบ้างและต้องใช้สัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ จากนั้นก็ค่อยมาลิสต์ว่าจะเลือกอ่านบทไหนบ้างเพื่ออัพคะแนน ขอย้ำว่าให้เลือกบทที่ตัวเองแม่นจริง ๆ เพราะว่าไปเจอข้อสอบแล้วจะได้ไม่เสียเวลาทำ 2. ทางลัดทำข้อสอบไม่ถึง 1 นาที ตรงนี้สำคัญมากหลังจากที่เรารู้แล้วว่าตัวเองจะต้องอ่านเนื้อหาเรื่องใดบ้าง สิ่งสำคัญก็คือให้ฝึกทำข้อสอบเรื่องนั้น ๆ ให้เยอะ เพราะว่าจะช่วยให้เราจับหลัก และรู้แนวในการทำได้คล่อง ซี่งจะทำให้ทำข้อสอบได้เร็วมากเพราะเคยเจอโจทย์ทำนองนี้มาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นขอให้เน้นเรื่องจำสูตรลัด เพราะจะช่วยให้ผ่านข้อยาก ๆ ได้ฉลุย 3. ใช้เวลาเรียนแค่ 15 ชั่วโมง สำหรับใครที่ไม่ค่อยมีเวลาอ่านหนังสือสอบ PAT 1 มากหนัก แนะนำให้ลองหาคลิปยูทูปติวทางลัด PAT 1 หรือลองลงคอร์สเรียนออนไลน์ เพราะอย่างน้อยก็จะมีคนคอยอธิบายในเรื่องที่ไม่เข้าใจ รวมทั้งยังได้เรียนรู้เทคนิคในการแก้โจทย์และสูตรลัดต่าง ๆ ได้คล่องขึ้น ซึ่งตัวคลิปและคอร์สเรียนส่วนใหญ่ก็ใช้เวลาไม่นาน รวมทั้งหมดก็ไม่เกิน 15 ชั่วโมงเท่านั้นเอง 4. ทำได้อย่างน้อย 13 ข้อถือว่าผ่าน สำหรับใครที่อยากได้คะแนน 100 up ขึ้นไป ขอให้แพลนเรื่องที่จะทำข้อสอบให้ดี ๆ เลย เพราะถ้าอยากได้ 100 คะแนนชัวร์ ๆ ต้องทำให้ได้ 13 ข้อขึ้นไป และควรเลือกทำเรื่องที่ตัวเองมีความถนัดเพื่อประหยัดเวลา เท่านี้ก็จะสามารถเก็บคะแนน 100 Up มาครองได้แล้ว และใครที่กำลังเตรียมตัวสอบ PAT 1 กันอยู่ก็อย่าลืมเอาทริคดีๆจาก TUTOR ME ไปใช้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้ทุกคนได้สอบผ่านกัน หรือถ้าสนใจอยากลงเรียนคอร์สออนไลน์เพื่อช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมตัวสอบ ก็สามารถมาลงคอร์สเรียนล้วงความลับ PAT 1 อัพคะแนนขึ้น 100 Up กับ TUTOR ME ได้เลย
[PAT 7.1] ภาษาฝรั่งเศสสอบอะไรบ้าง?

[PAT 7.1] ภาษาฝรั่งเศสสอบอะไรบ้าง?

น้อง ๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบ PAT กันอยู่ มีใครเตรียมสอบ PAT 7.1 กันอยู่บ้างไหม? แล้วรู้หรือยังว่าข้อสอบ PAT 7.1 ภาษาฝรั่งเศส ออกสอบอะไรบ้าง? เรามาดูทริคดี ๆ ในการทำข้อสอบกันดีกว่า ถ้าทำตามนี้รับรองว่าเจอข้อสอบแล้วผ่านฉลุยแน่นอน!  1. คำศัพท์พื้นฐาน (Lexique) พาร์ทนี้จะเน้นคำศัพท์ฝรั่งเศส แนะนำว่าให้น้อง ๆ เอาคำศัพท์จากข้อสอบเก่ามาท่อง แล้วลิสต์คำที่เป็น Synonym ท่องไว้ด้วย ฝึกท่องเป็นเซต ๆ ไป และยิ่งถ้าใครรู้ Prefix และ Suffix ก็จะช่วยให้แกะศัพท์ออกมาได้ง่ายขึ้นอีกด้วย 2. ไวยากรณ์และโครงสร้าง (Grammaire) พาร์ทนี้จะเน้นที่หลักการไวยากรณ์ ซึ่งแนะนำให้น้อง ๆ ฝึกทำข้อสอบเก่า แล้วดูว่ามีเรื่องอะไรที่ออกสอบบ้าง เพราะส่วนใหญ่จะออกเรื่องไม่ไกลจากเดิมมาก และยิ่งฝึกทำข้อสอบเก่ามากก็จะยิ่งแม่นขึ้นตามไปด้วย 3.สำนวน (Expression) ส่วนนี้จะออกเป็นสำนวนและรวมบทสนทนาในชีวิตประจำวัน ข้อสอบจะไม่ค่อยยากมาก แนะนำให้น้อง ๆ ดูพวกแบบฝึกหัดเกี่ยวบทสนทนาให้เยอะ และบางข้อก็มีไกด์คำตอบในโจทย์แล้วด้วย ดังนั้นถ้าน้อง ๆ เคยผ่านโจทย์หรือเจอสำนวนแนวนี้มาก่อน ก็จะทำให้คุ้นกับคำตอบมากขึ้น 4. วัฒนธรรม (Culture) เรียกว่าเป็นพาร์ทเก็บแต้มเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าใครรู้เรื่องวัฒนธรรมฝรั่งเศษเยอะ เจอคำถามแบบนี้นี่ตอบได้รัว ๆ แต่ก็น่าเสียดายหน่อยที่โจทย์แบบนี้ออกแค่ 3 ข้อ และส่วนใหญ่ก็จะออกเรื่อง สถานที่สำคัญ เมือง แคว้นบ่อยที่สุด 5. การออกเสียง (Prononciation) พาร์ทนี้เป็นส่วนตัดแต้มมาก สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนศิลป์ฝรั่งเศสมาโดยตรง ก็จะไม่รู้เรื่องการอ่านออกเสียงเท่าไหร่ ดังนั้น แนะนำให้ลองไปดูข้อสอบเก่าว่า เน้นที่การออกเสียงแบบไหน คำแบบไหนออกเสียงยังไง ก็จะช่วยให้น้อง ๆ จับหลักข้อสอบแบบนี้ได้ดีขึ้น นอกเหนือจากเทคนิคที่ควรจำแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดซึ่งจะทำให้ตอบข้อสอบได้ทุกข้อก็คือความขยันและความพยายาม ไม่ว่าจะเจอโจทย์ยากขนาดไหน ก็จะผ่านไปได้อย่างแน่นอน คอร์สภาษาฝรั่งเศส : Intensive Reading and Conversation for PAT 7.1
ขายของออนไลน์ หารายได้จาก Ebay และ Amazon

ขายของออนไลน์ หารายได้จาก Ebay และ Amazon

ทุกวันนี้ถึงแม้จะมี Marketplace ที่ใหม่ๆ เกิดขึ้นมามากมายบนโลกออนไลน์ แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่มีใครสามารถโค่นล้มยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งอย่าง Amazon และ Ebay ได้อยู่ดี เรามาดูเคล็ดลับในการลงขายสินค้าให้มีผู้สนใจเยอะๆ ใน 2 เว็บไซต์นี้กัน ขอบอกเลยว่าช่องทางทำรายได้มหาศาลกำลังเปิดรอเพื่อนๆ ทุกคนอยู่ 1. สมัครสมาชิกโดยเลือกเป็น ‘Sell as Professional’ เหตุผลที่ต้องสมัครโดยการเลือกแบบนี้ก็เพราะ เราสามารถขายสินค้าที่ไม่เคยมีในเว็บไซต์มาก่อนเลยได้ ถึงแม้จะต้องแลกกับค่าธรรมเนียมที่มากกว่ากันก็ตาม แถมสินค้าบางหมวดยังต้องได้รับการอนุมัติก่อนด้วยถึงจะขายได้ 2. ขายแบบ FBA การขายแบบ Fulfillment by Amazon ก็คือ สินค้าเราจะสต็อกไว้ที่ Amazon เลย เมื่อมีคนมาสั่งซื้อกับ Amazon เค้าก็จะบรรจุสินค้าและจัดส่งให้เราทันที ทำให้สินค้าถึงมือลูกค้าได้เร็ว ไม่ต้องรอ 15-20 วัน ส่งผลให้เราได้รีวิวดีขึ้น 3. ทำตามกฎของทั้ง 2 เว็บไซต์ แน่นอนว่าทั้ง 2 เว็บไซต์ก็ต้องมีกฎของแต่ละเว็บ ซึ่งถ้าเราทำผิดก็อาจส่งผลให้โดนปิดบัญชีเอาได้ เพราะฉะนั้นต้องศึกษากฎอย่างละเอียดก่อนว่าอะไรขายได้ อะไรห้ามขาย 4. พยายามขึ้นอันดับต้นๆ ในการค้นหา ยิ่งสินค้าเราอยู่หน้าแรก ก็ยิ่งมีโอกาสขายได้ ซึ่งเทคนิคที่จะทำให้ครองตำแหน่งนั้นได้คือ ราคาสินค้าของเรารวมค่าส่งแล้วต้องถูกที่สุด ขายสินค้าที่ไม่เหมือนใคร 5. เขียนคำอธิบายให้ละเอียด เพราะคู่แข่งที่เยอะ เราเลยต้องให้ข้อมูลลูกค้าแบบครบถ้วน เพราะถ้าลูกค้าอ่านคำอธิบายแล้วเกิดสงสัย แต่ข้อมูลเราไม่ครบถ้วน ก็ไม่จำเป็นต้องมาทักเราซ้ำเพื่อสอบถาม แต่ลูกค้าก็จะตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้บริการเจ้าอื่นเลยง่ายกว่า ตรงนี้จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ 6. ตอบกลับอย่างรวดเร็ว สุดท้ายแล้วการที่เราตอบกลับลูกค้าอย่างรวดเร็ว ก็จะช่วยสร้างประสบการณ์ดี ๆ ให้กับลูกค้า และทำให้ลูกค้าอยากใช้บริการเรามากกว่าคนอื่น ๆ ที่ตอบช้าไปเป็นชั่วโมง ๆ สุดท้ายแล้วในการที่เราจะสร้างรายได้ด้วยการขายของกับ Ebay และ Amazon สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องเริ่มต้นลงมือทำ ไม่เอาแต่คิดฟุ้งซ่านเป็นไอเดียอย่างเดียว เพราะถ้าเราเริ่มลงมือทำเมื่อไหร่ เม็ดเงินที่หวังไว้มันย่อมตามมาอย่างแน่นอน
ออกกำลังกายอย่างไร? ให้ชะลอวัยห่างไกลโรค

ออกกำลังกายอย่างไร? ให้ชะลอวัยห่างไกลโรค

ถ้าคุณกำลังมองหาวิธีปรับสมดุลในร่างกายแบบธรรมชาติ อย่าง การทำอารมณ์ให้สงบ, การขยับร่างกายเพื่อกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ตลอดจนวิธีชะลอความเสื่อมของสมองอยู่ละก็ ลองมาออกกำลังกายกันดีไหม เพราะวิธีนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายที่ครอบคลุมทั้งเรื่องสมองและกล้ามเนื้อในเวลาเดียวกัน หรือที่เรารู้กันดีว่า การออกกำลังกายเพื่อการชะลอวัย (Anti-Aging Exercise) อย่างที่หลาย ๆ คนทราบกันดีว่า การออกกำลังกายนั้นแบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกัน คือแบบ Aerobic Exercise และแบบ Cardio Exercise โดยทั้งสองแบบมีส่วนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความทนทานของร่างกายและกล้ามเนื้อได้อีกด้วย หรือที่เราเรียกกันว่า "ตัวช่วยลดความแก่นั่นเอง " เพราะเมื่อคนเราอายุมากขึ้น ความแข็งแรงของหัวใจและกล้ามเนื้อจะลดลงไปตามวัย ดังนั้น การออกกำลังกายจึงมีส่วนสำคัญที่ช่วยลดความแก่ได้ไม่น้อยเลย - Aerobic Exercise - - Cardio Exercise-  สอดคล้องกับผลวิจัยของ Journal of the American College of Cardiology ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่า ผู้หญิงที่ออกกำลังกายน้อย มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจได้มากกว่าผู้หญิงที่ออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากนี้ การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจถึง 9% เนื่องจากว่า ขยับร่างกายดังกล่าว จะช่วยกระตุ้มการสร้าง T cells ซึ่งมีหน้าที่เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายนั่นเอง การออกกำลังกายทำให้หน้าเด็กลงได้อย่างไร? McMaster University พบว่า คนที่อายุ 40 ปีขึ้นไปและออกกำลังกายเป็นประจำนั้น มักจะมีผิวพรรณดีกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลย โดยเทียบเท่ากับคนอายุ 20-30 ปี เนื่องจากเซลล์ IL-15 ซึ่งเป็นเซลล์ที่ช่วยให้ผิวดูโกล์วสุขภาพดี มักจะหลั่งออกมาหลังออกกำลังกาย นี่จึงไม่แปลกที่คนออกกำลังกายสม่ำเสมอจะดูมีผิวสุขภาพดีและอ่อนเยาว์มากกว่าคนทั่วไป